4 เทคนิคเคล็ด(ไม่)ลับลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าที่สุด!
เทคนิค 4 ข้อเพื่อการลดหย่อนภาษีอย่างถูกวิธี
1.เข้าใจวิธีคำนวณภาษี
เคล็ดไม่ลับข้อแรกหากต้องการลดหย่อนภาษี จะต้องเข้าใจวิธีคำนวณภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งสูตรในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ
(รายได้ – รายจ่าย) – ค่าลดหย่อนภาษี = เงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย
จากสูตรนี้เห็นได้ว่ากว่าจะได้จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายจริง จะต้องรู้จักใส่วนของ “รายได้” ในทางภาษีเรียกว่า เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท แต่ละประเภทนำมาหัก “รายจ่าย” ได้แตกต่างกัน
ยกตัวอย่างรายได้ประเภทที่ 1 (เงินเดือน) หักรายจ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เป็นต้น
หลังจากหักรายจ่ายแล้วจึงจะนำ “ค่าลดหย่อนภาษี” มาหักลบเพื่อให้ได้ “เงินได้สุทธิ” เมื่อ “เงินได้สุทธิ” ตั้งแต่ 150,001 บาทขึ้นไป จึงนำไปคูณอัตราภาษี ออกมาเป็นภาษีที่ต้องจ่าย
จะเห็นได้ว่าการเข้าใจวิธีคำนวณภาษี เป็นเรื่องแรก ๆ ที่ควรทำความเข้าใจ แต่ละขั้นตอนมีวิธีการคำนวณและหลักเกณฑ์มากมาย เมื่อเข้าใจองค์ประกอบแล้วจำทำให้ทราบภาษีที่ต้องจ่ายจริง
ทำให้การวางแผนลดหย่อนภาษีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2.ลดหย่อนภาษีได้ทุกเม็ดด้วยการ “แพลน”
ค่าลดหย่อนภาษี เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายน้อยลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการแพลนตั้งแต่เนิ่นๆจะช่วยให้เราสามารถลดหย่อนภาษีได้ครบทุกเม็ด ซึ่งโดยปกติแล้ว
ค่าลดหย่อนสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มย่อย แต่ในที่นี้ จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นค่าลดหย่อนภาษีที่ติดตัวมา ต่อมาเป็นกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีที่เป็นการลงทุนเพิ่มและกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ
และสุดท้ายเป็นกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีการบริจาค
ค่าลดหย่อนภาษีจากภาระติดตัว
เป็นกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีที่เกิดจากตัวเราเอง หรือคนที่อยู่ในความดูแลของเรา นั่นก็คือ ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว ค่าลดหย่อนภาษีคู่สมรส ค่าลดหย่อนภาษีบุตร นอกจากนี้ก็ยังมีในส่วนของค่าลดหย่อนภาษีบิดามารดา
ค่าลดหย่อนภาษีฝากครรภ์ ค่าลดหย่อนภาษีการดูแลผู้พิการ รวมไปถึงลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันของตัวเองและคนที่เราดูแล ทั้งหมดเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้เสียภาษีต้องรับผิดชอบตลอดทั้งปีอยู่แล้ว
กฎหมายให้นำมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามเงือนไขที่กำหนด แต่จะต้องตรวจสอบให้ดีในเรื่องของเอกสารและเงื่อนไข
ค่าลดหย่อนภาษีด้านการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจ
คือ ค่าลดหย่อนภาษีที่ทางผู้เสียภาษีบางคนอาจจะไม่ได้ใช้สิทธิ์ในส่วนนี้เนื่องจากระหว่างปีภาษีนั้นไม่ได้ทำการลงทุนไว้ เช่น กองทุน LTF กองทุน RMF ที่ควรจะต้องมีการวางแผนตลอดทั้งปีแบบการซื้อสะสม
เพื่อเฉลี่ยราคาตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีค่าลดหย่อนภาษีที่เกิดจากรายการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การลงทุนในธุรกิจ Start Up
ค่าลดหย่อนภาษีการบริจาค
เป็นรายการค่าลดหย่อนภาษีลำดับสุดท้ายที่นำมาคิดหลังหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว ตัวอย่าง การบริจาคให้กับสถานพยาบาล หรือการบริจาคอื่น ๆ ที่เข้าข่าย เหมาะสำหรับใครที่วางแผนลดหย่อนภาษี
และชอบการทำบุญบริจาค ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ได้
3.ลดหย่อนภาษีอย่างคุ้มค่าด้วยการ “เลือกช้อปช่วยชาติในมาตรการที่ใช่” เท่านั้น!
ก่อนออกไปใช้สิทธิ์ทางภาษีด้วยมาตรการช้อปช่วยชาติ มีขั้นตอน 3 ข้อที่จะต้องคิดก่อนนั่นก็คือ
ข้อที่ 1 คำนวนภาษีแล้ว มีภาษีที่ต้องจ่าย เพราะบางคนยังไม่ได้คำนวณ ก็รีบออกไปใช้สิทธิ์ทางภาษีเพื่อจะเอามาเพิ่มค่าลดหย่อนภาษี ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงภาษีที่ต้องจ่ายเพียง 0 บาท
เนื่องมาจากรายได้น้อย หรือไม่ก็รายจ่ายและค่าลดหย่อนอื่น ๆ มากพอแล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ช้อปช่วยชาติก็ได้
ข้อที่ 2 ถามตัวเองว่าสินค้าและบริการที่อยู่ในมาตรการช้อปช่วยชาติ ตัวเองจำเป็นต้องใช้หรือได้ประโยชน์จากสิ่งนั้นหรือเปล่า เพราะหากหน้ามืดซื้อของที่ไม่ได้ใช้ ดีไม่ดีค่าของที่เสียไป
ไม่คุ้มกับภาษีที่จ่ายน้อยลง เช่น ซื้อของ 15,000 บาท นำไปเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีแล้ว ทำให้ประหยัดภาษีลงเพียง 1,000 บาทเท่านั้น แถมของที่ซื้อก็ไม่ได้ใช้งาน แบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์
ข้อที่ 3 ศึกษาเรื่องของเงื่อนไขในการใช้สิทธิ์มาตรการช้อปช่วยชาติแต่ละรายการ ทั้งเรื่องของระยะเวลาที่เกิดค่าใช้จ่าย เพดานยอดใช้จ่ายที่นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ รวมถึงเอกสารหลักฐานที่ทาง
กรมสรรพากรกำหนดให้ต้องนำมาแนบ เพราะหากไม่ศึกษาก็อาจทำให้ใช้สิทธิ์ไม่ได้
4.ลดหย่อนภาษีได้แน่ แต่ตกม้าตายเพราะยื่นแบบฯ ไม่ทัน
ข้อนี้อาจไม่ใช่วิธีลดหย่อนภาษีโดยตรง แต่มีคนก็ตกม้าตายอยู่บ่อย ๆ หลายคนมีความพยายามในการศึกษาเรื่องของภาษีและศึกษาวิธีลดหย่อนภาษีมาเป็นอย่างดี แต่กลับไม่ทราบเรื่องของ
กรอบระยะเวลาในการยื่นแบบภาษี ทำให้เลยช่วงยื่นภาษีในปีภาษีนั้น หรือผัดวันประกันพรุ่งจนยื่นแบบฯ ไม่ทัน หรือบางคนเตรียมตัวไม่ทัน ทั้งในเรื่องของการคำนวณและการเตรียมเอกสาร
ซึ่งการชำระภาษีไม่ทันตามกำหนดระยะเวลา หรือชำระไม่ถูกต้อง มีโทษที่ต้องได้รับ ขั้นแรกคือต้องเสียค่าปรับโดยคำนวณเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือไม่ยื่นแบบแสดง ภ.ง.ด.90, 91 และ 94
มีโทษทางอาญา ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และโทษมากขึ้นไปอีกในกรณีจงใจไม่ยื่นภาษี มีโทษทั้งจำและปรับ ดังนั้นเคล็ดลับการประหยัดภาษีที่สำคัญคือ ดูกรอบระยะเวลา และไม่เลี่ยงภาษีดีที่สุด
———————————————————————–
“จบทุกปัญหาเพียงแค่ปรึกษาเรา”
สะดวก
รวดเร็ว
ถูกต้อง
ครบถ้วน
ประหยัด
มั่นใจในองค์กรของเรา….
สามารถติดต่อขอรายละเอียดและสอบถามข้อมูลต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว
โดย เพิ่มไลน์แอด Line@ : @chonlatee
รับจดทะเบียนบริษัท By ชลธี